วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561

IP Address กับ DNS Domain name server

หมายเลขประจำเครืองคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  เรียกว่า  หมายเลขไอพี
ซึ่งเป็นหมายเลขชุดหนึ่งมีขนาด  32  บิต  หมายเลขชุดนี้จะถูกเเบ่งออกเป็น  4  ส่วน
ส่วน 8 บิตเท่าๆ กัน ซึ่งเเต่ละส่วนจะมีค่าได้ตั้งเเต่ 0-255เช่น 20542.117.104โดยหมายเลข
ไอพีของเครืองคอมพิวเตอร์จะต้องไม่ซ้ำกัน  เเละเนื่องจากหมายเลขไอพีจดจำได้อยาก  ถัามีเครื่อง
คอมพิวเตอร์จำนานมากอยู่ในเครือข่าย  ก็จะทำไห้สับสนได้งาย  จึงได้เกิดการตั้งชื่อเป็นตัวอักษร
ขึ้นมาเเทนหมายเลขไอพี  เพื่อช่วยในการจดจำ  เรียกว่า  ดีเอ็นเอส ซึ่งประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ ชื่อ เเละโดเมน ดังนี้
1.โดเมนทั้วไปเป็นดดเมนระดับบนสุดที่เเสดงถึงองค์กรหรือหน่วยงาน
ตาราง โดเมน

โดเมนทั่วไป ใช้สำหรับ ตัวอย่าง .com กลุ่มธุรกิจการค้า aksorn.com . edu สถาบันการศึกษา centre.edu .gov หน่วยงานรัฐบาลยกเว้นทหาร nasa.gov .int หน่วยงานระดับนานาชาติ nato.int .mil หน่วยงานทางทหาร navy.mil .net หน่วยงานเกี่ยวกับเครือข่าย nindspring.net .org หน่วยงานที่ไม่หวังผลกำไร unesco.org 2โดเมนรหัสประเมศ (country code domain) เป็นโดเมนระดับบนสุดซึ่งแบ่งตามลักษณะ ภูมมิศาสตร์ หรือประเทศ ตาราง ตัวอย่างโดเมนรหัสประเทศที่บ่งบอกประเทศที่เครือข่ายตั้งอยู่ โดเมนรหัสประเทศ ประเทศ โดเมนรหัสประเทศ ประเทศ ar อาร์เจนตินา ie ไอร์แลนด์ au ออสเตรเลีย it อิตาลี at ออสเตรีย jp ญี่ปุ่น ca แคนาดา th ไทย cn จีน uk อังกฤษ bk เดนมาร์ก us สหรัฐอเมริกา กรณีที่โดเมนระดับบนสุดเป็นโดเมนที่บ่งบอกประเทศ จะแสดงโดเมนขั้นที่สอง (second level domain) ซึ่งเป็นรูปแบบของชื่อโดเมนที่ต่อจากโดเมนระดับบนสุด โดยอยุ่ตำแหน่งถักจาก โดเมนระดับบนสุดมาทางสุดมาทางด้านซ้ายมือ ตาราง ตัวอย่างโดเมนย่อยในประเทศไทย โดเมนขั้นที่สอง ประเภทขององค์กร ตัวอย่าง or องค์กรไม่หวังผลกำไร nectec.or.th ac สถาบันการศึกษา cu.ac.th go หน่วยงานราชการ mua.go.th co หน่อยงานเอกชน dtac.co.th





วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561

จริยธรรมกับกฎหมายคอมพิวเตอร์

 จริยธรรม :1. ความหมาย
จริยธรรมคอมพิวเตอร์ หมายถึง "หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ หรือควบคุมการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ" ในทางปฏิบัติแล้ว การระบุว่าการกระทำสิ่งใดผิดจริยธรรมนั้น อาจกล่าวได้ไม่ชัดเจนมากนัก ทั้งนี้ ย่อมขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมของสังคมในแต่ละประเทศด้วย อย่างเช่น กรณีที่เจ้าของบริษัทใช้กล้องในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการทำงานของพนักงาน เป็นต้น ตัวอย่างของการกระทำที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรม เช่น 1. การใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายผู้อื่นให้เกิดความเสียหายหรือก่อความรำราญ เช่น การนำภาพหรือข้อมูลส่วนตัวของบุคคลไปลงบนอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. การใช้คอมพิวเตอร์ในการขโมยข้อมูล 3. การเข้าถึงข้อมูลหรือคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต 4. การละเมิดลิขสิทธิ์ จริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ โดยทั่วไป เมื่อพิจารณาถึงจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศแล้ว จะกล่าวถึงใน 4 ประเด็น ที่รู้จักกันในลักษณะตัวย่อว่า PAPA ประกอบด้วย 1 ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) 2 การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) 3 ความเป็นเจ้าของ (Information Property) บัญญัติ 10 ประการ ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ต่อไปนี้เป็นจรรยาบรรณที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตยึดถือไว้เสมือนเป็นแม่บทแห่งการปฏิบัติเพื่อระลึกและเตือนความจำเสมอ 1. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายหรือละเมิดผู้อื่น 2. ไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น 3. ไม่สอดแนมหรือแก้ไขเปิดดูในแฟ้มของผู้อื่น 4. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร 5. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ 6. ไม่คัดลอกโปรแกรมผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์ 7. ไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์ 8. ไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน 9. ต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคมอันติดตามมาจากการกระทำ 10. ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบ กติกามารยาท มาตรา ๕ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้น มิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) มาตรา ๖ ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะถ้านำมาตรการดังกล่าว ไปเปิดเผยโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับการเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) มาตรา ๗ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้น มิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับความเป็นเจ้าของ (Information Property) มาตรา ๘ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น ที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไป ใช้ประโยชน์ได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) มาตรา ๙ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับการเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) มาตรา ๑๐ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) มาตรา ๑๑ ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มา ของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทความถูกต้อง (infromation Accuracy)